รวมทุกเรื่องเกี่ยวกับกอล์ฟที่คุณอยากรู้

The New Sergio

ในวัย 37 มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับชีวิตเขาทั้งในและนอกสังเวียนกอล์ฟ

โดย เจมี ดิเอช

คำว่า ‘ค่อยๆพัฒนา’ ดูจะไม่สัมพันธ์กับเซอร์จิโอ การ์เซียมากนัก แต่ผลลัพธ์ของมันก็ทำให้นักกอล์ฟคนหนึ่งได้แชมป์เดอะ มาสเตอร์ หลังโชว์ฟอร์มดีในรอบสุดท้าย ก่อนมาเบียดเอาชนะจัสติน โรส ในการดวลซัทเดนเดธ นักกอล์ฟจากแดนกระทิงดุถูกถามว่าเขาภูมิใจสิ่งไหนมากกว่ากัน บุคลิกภาพที่เขาแสดงออก หรือ ช็อตกอล์ฟที่เขาตีได้ดีที่สุดในชีวิต “แน่นอนว่ามันคือบุคลิกภาพ” การ์เซียตอบอย่างมั่นใจ หลังจากที่เขาเพิ่งมาเข้าใจว่าสิ่งหนึ่งสามารถเป็นสาเหตุให้อีกสิ่งได้ กรีนแจ็คเกตที่เขาสวมคือบทพิสูจน์สุดท้าย

บัดนี้ ความตื่นเต้นแห่งฤดูกาลแข่งขันกอล์ฟกำลังใกล้เข้ามา ยังคงมีคำถามว่า ออกัสตาเป็นรายการที่ห่างจากเมเจอร์อื่นๆในด้านเวลา จึงทำให้ผู้ที่ได้แชมป์ถือว่าประสบความสำเร็จสูงสุดในอาชีพ หรือเพราะว่าตัวการ์เซียเองมีอะไรบางอย่างที่ลึกซึ้งและมีคุณค่ามากพอทำให้เขาเป็นนักกอล์ฟที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึก?

หากเป็นเพราะเหตุผลแรก กรณีของการ์เซียก็จะเป็นประเภทที่น่าทึ่งและเกิดขึ้นได้ยากมากของนักกอล์ฟมากพรสวรรค์ ซึ่งผลงานชิ้นโบว์แดงชิ้นเดียวยิ่งตอกย้ำความอับโชคในแชมป์เมเจอร์ของเขา ในอดีตก็มีทอม ไวสคอปฟ์ นักกอล์ฟฝีมือเลิศแต่กลับได้แชมป์เมเจอร์เดียวคือ ดิ โอเพน ที่ทรูนในปี 1973 เขาติดท็อป 5 ในรายการเมเจอร์มากถึง 11 ครั้ง โดยได้รองแชมป์ถึง 5 ครั้ง ขณะที่การ์เซียติดท็อป 5 ในรายการเมเจอร์มา 12 ครั้ง รวมถึงรองแชมป์สี่ครั้ง

แต่หากเป็นที่เหตุผลหลัง การ์เซียก็จะเติมเต็มเป้าหมายของตนที่ชัดแจ้งตั้งแต่ก่อนที่เขาจะกระโดดท่าไขว้ขาแบบกรรไกรขึ้นเนินที่แฟร์เวย์หลุม 16 ของสนามเมไดนาห์ ซึ่งเขาได้รองแชมป์เมเจอร์ครั้งแรกที่รายการพีจีเอ แชมเปียนชิปปี 1999 บ็อบ โรเตลลา นักจิตวิทยากีฬาชื่อดังกล่าวว่า “ที่จริงหากเซอร์จิโอเรียนรู้การเอาสิ่งต่างๆไว้ข้างหลังและเล่นโดยไม่สนใจอะไร ผมว่าเขาจะชนะเลิศได้เป็นกอบเป็นกำ” ส่วนเดวิด เลดเบทเทอร์ ยอดครูกอล์ฟโลก ก็เล่าว่าเขายังจดจำเสียงตีลูกหนักแน่นของเด็กหนุ่มผอมเพรียววัย 15 ปีได้ “ถึงเวลานี้ผมหวังว่าเขาจะคว้าได้อีกสองหรือสามแชมป์เมเจอร์”

อ่านต่อ และพบกับเรื่องราวน่าสนใจอีกมากมายได้ใน กอล์ฟไดเจสต์ ฉบับเดือนกรกฎาคมได้ที่แผงหนังสือชั้นนำ หรือผ่านทางดิจิตอลดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้…!!!

สมัครสมาชิก Golf Digest คลิกลิงค์ด้านล่างได้เลยครับ!!!

Image result for subscribe golf digest

หากดูประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา มีเพียงสองคนเท่านั้นที่คว้าแชมป์เมเจอร์ได้หลายครั้งหลังจากได้แชมป์แรกเมื่ออายุ 37 หรือมากกว่า อังเฮล คาเบรรา ได้แชมป์แรกจากสองเมเจอร์ของเขาตอนอายุ 37 เช่นกัน  มาร์ค โอเมียรา ผู้ที่ชนะเลิศเมเจอร์สองครั้งในปี 1998 ในวัย 41 ปี เบน โฮแกน ที่กวาดแชมป์เมเจอร์ได้ถึงเก้าครั้ง ได้แชมป์แรกตอนอายุ 34 ฟิล มิกเคลสัน เจ้าของห้าเมเจอร์ก็ได้แชมป์แรกตอน 33 ปี ส่วนวีเจย์ ซิงห์ นิค ไพรซ และพอดแดรก ฮาร์ริงตัน เจ้าของสามเมเจอร์ ทั้งหมดนี้ได้แชมป์แรกในวัย 35 ปี

เมื่อดูองค์ประกอบอื่นทุกอย่าง ยกเว้นการเล่นกอล์ฟอาชีพมากว่าสองทศวรรษ การ์เซียเป็นคนอายุ 37 ปีที่ยังดูอ่อนวัย ไร้อาการบาดเจ็บรบกวน เขายังเล่นเทนนิสได้ระดับน้องๆมืออาชีพ (เล่นกับเพื่อนสนิทอย่างราฟาเอล นาดาล) และยังเล่นฟุตบอลได้(ร่วมซ้อมกับทีม ซีเอฟ บอร์เรียล สโมสรในบ้านเกิดที่เจ้าตัวเป็นประธาน) “หากไม่มีการบาดเจ็บ ผมคิดว่าผมสามารถเล่นกอล์ฟในระดับที่ดีได้อีกสิบปี”

แม้ว่าวุฒิภาวะที่มีมากขึ้นดังที่เขาได้แสดงให้เห็นที่เดอะ มาสเตอร์ แต่การ์เซียก็ยังไม่เป็นผู้ใหญ่เสียทีเดียว เขายังชอบลูกหมาปอมเมอเรเนียน ตุ๊กตาหมี ชอบหยอกเล่นเพื่อนๆ อย่างที่คู่หมั่นสาว แองเจลา เอคินส์ว่าเขาเป็นคน “ติ๊งต๊อง”

“เขายังมีนิสัยแบบเด็กๆ” ลุค โดนัล ผู้ที่มักได้จับคู่กับการ์เซียในศึกไรเดอร์ คัพบอก โดยการ์เซียมีสถิติ 18-9-5 ขาดอีกสี่คะแนนก็จะขึ้นเป็นผู้นำคะแนนสูงสุดตลอดกาลของรายการนี้

“เขามักจะเล่าเรื่องตลกที่หากคุณยังเป็นเด็ก 12 ขวบคุณจะขำมาก” โดนัลกล่าวต่อ “ในสัปดาห์ไรเดอร์คัพ เขาจะกระโดดบนเตียงตอนหกโมงเช้าแล้วตะโกนว่า นี่เป็นสัปดาห์ไรเดอร์ คัพ สัปดาห์ไรเดอร์ คัพ แต่มันก็เป็นแรงที่ดึงดูดคุณไปหาเขา” ชับบี จันท์เลอ ผู้ดูแลนักกอล์ฟในยูโรเปียน ทัวร์มายาวนาน กล่าวเสริมว่า “มีบางอย่างในตัวเซอร์จิโอ คือพลังงานอันเหลือเฟือ ที่ทำให้เขายังเป็นเด็กหนุ่มวัย 19 ปีตลอดเวลา”

แต่นั้นเป็นวัยเดียวกับตอนที่การ์เซียสะอื้นในอ้อมกอดแม่หลังเขาทำสกอร์ 89 ในการแข่งขันรอบแรกของดิ โอเพน แชมเปียนชิปปี 1999 ที่คาร์นุสตี ในปลายปีเดียวกันนั้นที่รายการเวิล์ด แมทช์เพลย์ ที่ เวนท์เวิร์ธ การ์เซียขว้างรองเท้าด้วยความโมโห แล้วยังเตะมันอีกเมื่อผู้จัดการไปเก็บรองเท้ามา ในปี 2007 การ์เซียถ่มน้ำลายลงหลุมที่กรีนของสนามดอรัล ภาพลักษณ์เขายิ่งเสียหายหนักขึ้นอีกเมื่อไปวิจารณ์คู่ปรับอย่างไทเกอร์ วูดส์ จนถูกสื่อเสปนเปลี่ยนฉายาของเขาจาก เอล นิลโย มาเป็น มุย นิลโย(เด็กที่ไม่รู้จักโต)

“เติบโตขึ้นมาพร้อมพรสวรรค์ ทุกอย่างถูกสร้างมาให้เขา ซึ่งบางอย่างก็หล่อหลอมให้เป็นเขาอย่างทุกวันนี้” โดนัลกล่าว เขายังจำมื้ออาหารค้ำในปี 2010 ได้ดี ซึ่งการ์เซียได้พูดถึงการเลิกเล่นกอล์ฟ “แต่เมื่อไม่ได้มีการเลิกอย่างที่พูด เขาก็แก้ตัวตามสไตล์ของเขา เขามักรู้สึกว่าตัวเองเป็นเหยื่อของหลายๆสิ่ง และมีความเป็นเด็กบ้างในบางครั้ง บางที อาจเป็นเพราะความสามารถของเขาที่คอยฉุดรั้งความเป็นผู้ใหญ่ของเขา

เรื่องราวของการ์เซียมักจะทำให้ความสามารถอันเอกอุของเขาต้องคลุมเครือ เขาเริ่มเล่นกอล์ฟตั้งแต่สามขวบโดยคุณพ่อ วิคเตอร์ ซึ่งเป็นโปรสโมสร ตอนเซอร์จิโออายุ 15 ปี เขาก็เป็นนักกอล์ฟอายุน้อยที่สุดที่ได้แชมป์ยูโรเปียน อะเมเจอร์ ต่อมาไม่ถึงสองปี เขาก็คว้าแชมป์อาชีพแรกคือรายการคาตาโลเนียน โอเพน ในด้านการตีบอลอย่างหมดจด การ์เซียนั้นอัจฉริยะกว่าวูดส์ด้วยซ้ำ

“เราเจอกันครั้งแรกเมื่อปี 1990” กอนซาโล เฟอร์นันเดซ คัสตาโยกล่าว “มันเป็นรายการเด็กอายุ 10 ขวบและต่ำกว่า แข่งกันเพียงเก้าหลุม ผมจำได้ว่าวันนั้นเขามาในชุดว่ายน้ำ และเขาเอาชนะไปถึงเก้าช็อต เขามีเกมที่เหนือกว่าคนอื่นไปอีกระดับ ยิ่งการตีบอล ไม่มีใครสู้เขาได้”

โฮเซ มานูเอล ลารา แชมป์ยูโรเปียนสองรายการ หวนคิดถึงการเล่นกอล์ฟโชว์ซึ่งมีการ์เซียในวัย 15 ปีเล่นร่วมกับเซวี บัลเยสเตอรอส โฮเซ มาเรีย โอลาซาบาล และมิเกล ฮิมิเนส “แม้แต่เวลานั้นก็เห็นชัดว่าเขาตีบอลเก่งกว่าอีกสามคนด้วยซ้ำ” ลารากล่าว “ทุกคนรู้ การ์เซียเองก็รู้เช่นกัน”

พรสวรรค์ยังคงอยู่กับเขา “กลไกดาวน์สวิงของการ์เซียนั้นคล้ายเบนโฮแกนมากใครทุกคนที่ผมเคยเห็นมา” พีท โคเวน อดีตโค้ชสวิงของเขากล่าว “วิธีที่เขาใช้ไหล่เพิ่มแรงกดไปที่ลูก มันอธิบายคำว่าคอมเพรสชันไดดีที่สุด”

คีธ สบาร์บาโร จากเทเลอร์เมด บอกว่า “การ์เซียตีบอลได้ดีและเป็นธรรมชาติมากที่สุด เขาเป็นนักกอล์ฟที่ฟิตติ้งอุปกรณ์ได้ง่ายที่สุดที่ผมเคยร่วมงาน ทุกปีผมแค่ส่งอุปกรณ์ใหม่ไปที่เสปน ไดรฟเวอร์ เหล็ก พัตเตอร์และลูกกอล์ฟ และแทบทุกครั้งเขาก็ใช้มันเล่นได้เลย”

นักกอล์ฟที่เป็นตัวแทนของเทเลอร์เมดในปัจจุบันที่เด่นๆก็มี ดัสติน จอห์นสัน เจสัน เดย์ รอรี แม็กอิลรอย และจอน ราห์ม(ไม่นับวูดส์) สบาร์บาโรบอกว่า “การ์เซียเก่งที่สุดเมื่อพูดถึงการตีอัดลูก ลูกโดนกลางหน้าไม้ทุกครั้ง ทุกคนที่อยู่ในสนามไดรฟยืนยันได้ โดยเฉพาะนักกอล์ฟรุ่นใหม่ที่ได้เล่นกับการ์เซียเป็นครั้งแรกจะต้องคอมเมนต์เป็นเสียงเดียวกันว่า ‘เขาตีกดลูกเก่งที่สุด’”

ตอนที่เบน เครนชอว์เชิญการ์เซียและพ่อของเขามาที่ออสติน กอล์ฟคลับในสัปดาห์ก่อนเดอะ มาสเตอร์ เขาเหมือนจะหยั่งรู้ล่วงหน้าว่าสักวันเซอร์จิโอจะได้สวมกรีนแจ็คเกต “ยอมรับว่าเขาตีบอลยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็น” กล่าวโดยเครนชอว์ ผู้ที่คำอ้างอิงและการตั้งข้อสังเกตของเขาไม่เป็นรองใคร “การปะทะ วิถีลูก การควบคุม ความแม่นยำ ช็อตแล้วช็อตเล่า ล้วนน่าประทับใจ ผมว่ามันใกล้เคียงความสมบูรณ์แบบที่สุด”

ความสามารถเข้าถึงพรสวรรค์นี้ได้เมื่อจำเป็นของการ์เซียคือสิ่งที่ทำให้เดอะ มาสเตอร์ครั้งนี้เร้าใจและสนุกตื่นเต้น หลังจากได้แชมป์แล้วกราเซียก็ได้รับการสวมกอดจากบรรดาเพื่อนๆนักกอล์ฟ รอรี แม็กอิลรอยและแดนนี วิลเลทยอมรับว่าถึงกับกลั้นน้ำตาไม่ไหวเมื่อสิ้นสุดพัตต์สุดท้ายของการ์เซีย โซเรน เคลด์เซน เพื่อนร่วมอาชีพที่ไม่ได้สนิทกับการ์เซียนักบอกว่า “แปลกใจมากที่ผมเองก็รู้สึกตื้นตันใจ เมื่อคุณเข้ามาอยู่ในวงการนี้ คุณรู้ว่าการเดินทางมันยาวไกลแค่ไหน เซอร์จิโอผ่านอะไรมามาก เขาสมควรกับแชมป์นี้”

จะได้เมเจอร์อีกหรือไม่?

จะมีกราเซียคนใหม่หรือไม่? ก็เป็นไปได้หากเขาสามารถคว้าได้สิบแชมป์ในพีจีเอ ทัวร์ และ 13 แชมป์ในยูโรเปียน ทัวร์ แต่บททดสอบอย่างแท้จริงที่จะบอกว่าเขา ซึ่งก่อนหน้านี้คือนักกอล์ฟที่เก่งที่สุดที่ไร้แชมป์เมเจอร์ด้วยสถิติชนะเลิศ 0-73 เป็นการ์เซียคนใหม่หรือไม่ คือสี่รายการเมเจอร์แกรนด์สแลม

ทำไมรายการเหล่านี้จึงเหมาะกับเกมของการ์เซีย?

ไดรฟเวอร์เป็นอาวุธที่เขาทำได้ดีที่สุด ทั้งความไกลและแม่นยำ ทำให้เขาเป็นหนึ่งในผู้นำสถิติการได้เปรียบสโตรกมายาวนาน “เซอร์จิโอทำแต่สิ่งที่นักไดรฟตรงที่สุดเขาทำกัน นั่นคือเปลี่ยนระนาบก้านให้กลับมาเหมือนตอนแอดเดรส” สบาร์บาโรกล่าว “โปรส่วนมากในทัวร์มักจะดาวน์สวิงด้วยระนาบที่สูงเกินไปเล็กน้อย นี่คือสาเหตุทำไมฟิลจึงไม่เคยตีไดรฟเวอร์ได้ตรง แต่เซอร์จิโอมีพรสวรรค์และความแข็งแรงเพื่อให้ลำตัวอยู่ต่ำและเหนือลูก”

พัตเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่แย่ที่สุดสำหรับเขามากว่าทศวรรษ แต่ดูเหมือนว่ามันจะทำร้ายเขาน้อยที่สุดในรายการเมเจอร์ที่ซึ่งสกอร์พาร์มีค่ามาก “ตอนเป็นเด็กเซอร์จิโอพัตต์เก่งที่สุดเท่าที่เคยเห็น” เฟอร์นันเดส คัสแตนโยกล่าว “แต่เมื่อเขาอายุราว 17 ผมเคยอ่านคำให้สัมภาษณ์ของเขาว่าพัตเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่เขาอ่อนที่สุด ผมเชื่อว่าเขาเอาแต่โทษตัวเองว่าเป็นคนพัตต์แย่ที่สุดจนสูญเสียความมั่นใจ บางครั้งคนที่ตีลูกใกล้หลุมที่สุดแต่กลับไม่ได้รางวัลตอบแทน ก็ทำให้เขาคิดลบได้”

โคเวน ผู้ที่โค้ชลูกสั้นให้กับการ์เซียมาตั้งแต่ปี 2010 บอกว่าการ์เซียค่อนข้างอ่อนไหวเวลาเล่นลูกข้างกรีน “ผมแนะนำให้เขาเปลี่ยนมาจับกริปแบบครอว์เมื่อห้าปีก่อน เขาตอบว่าไม่เด็ดขาด แต่เมื่อเขาสามารถตอบตัวเองได้ว่ามันเป็นความคิดเขาเอง เขาก็เปลี่ยนด้วยตนเอง เขามีความดื้อรั้นแต่ก็ช่วงสั้นๆ แน่นอนว่ากริปใหม่จะทำให้มือขวานิ่งขึ้น”

ที่รายการฮอนด้า คลาสสิกปีนี้ สบาร์บาโรแนะให้การเซียให้ลองใช้พัตเตอร์ทรงมัลเลทเหมือนที่เดย์ จอห์นสัน และราห์มต่างก็ใช้ได้ผล เขาปฏิเสธในตอนแรกแต่ก็เปลี่ยนใจในไม่กี่สัปดาห์ต่อมา และใช้ลงแข่งในรายการดับพลิวจีซี แมทช์เพลย์ ก่อนถึงรายการเดอะมาสเตอร์ ซึ่งเขาพ่ายให้กับราห์มในรอบที่สาม ที่เดอะมาสเตอร์เขาไม่ได้พัตต์ดีมาก แต่เก็บพัตต์สั้นได้ เมื่อดูจากกรีนที่ออกัสตาและโอกาสที่เขามี ถือได้ว่าเดอะมาสเตอร์เป็นก้าวสำคัญของความก้าวหน้าในเวลาสามปีของการ์เซีย จากคนที่พัตต์แย่มาเป็นพัตต์พอใช้ และพัตต์ดีในที่สุด

เปลี่ยนหัวใจใหม่

สิ่งเดียวที่การ์เซียขาดมากที่สุดในการจะเป็นแชมป์เมเจอร์ คือทัศนคติ ประโยคอมตะจากลี เทรวิโน ที่ว่า “พระเจ้าที่ดีจะไม่ประทานพรให้ใครครบทุกอย่าง” ยังเป็นจริงเสมอ สำหรับเซอร์จิโอ สิ่งที่ขาดหายไปสำหรับเขาคือหัวใจ

บางส่วนเกิดจากความท้อแท้ที่มาจากความยิ่งใหญ่ของไทเกอร์ในยุครุ่งเรือง ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เกิดกับนักกอล์ฟยุคนั้นทุกคน “ความฝันวัยเยาว์ของผมพังทลาย” อดัม สก็อตกล่าว “เพราะว่าไทเกอร์นั้นเหนือกว่าคนอื่นทุกคนเป็นเวลายาวนาน”

แต่ไม่มีนักกอล์ฟคนไหนเก็บเอาเรื่องความสามารถ ภาวะอารมณ์ และความคาดหวัง มาทำให้รู้สึกท้อแท้มากเท่าการ์เซีย “มันฉุดรั้งผมอย่างไม่ต้องสงสัย” เขากล่าว “แต่ไทเกอร์ก็เก่งจริงๆ ผมอาจคิดว่าหากไม่มีเขาผมจะได้แชมป์มากกว่านี้ แต่จะว่าไป ทั้งอาร์โนลด์ แกรี และทอม วัตสันก็สามารถพูดได้เช่นกันหากไม่มีแจ็ค นิคลอส”

บางที่เมื่อไม่มีวูดส์อยู่ในเวทีแล้ว มันอาจง่ายขึ้นสำหรับการ์เซียที่จะคิดได้ว่าปัญหาส่วนใหญ่ของเขาเป็นสิ่งที่เขาคิดเอาเอง

คามิลโล วิลเยกัส คนที่เคยพักร่วมห้องกับการ์เซียตอนเข้าทัวร์ใหม่ๆ กล่าวว่าในช่วงตกต่ำเขาจะเตือนเพื่อนสนิทรายนี้ว่า “นายเก่ง มีพรสวรรค์ ขอให้มีทัศนคติที่ดีกับทุกเรื่องแล้วก็เริ่มก้าวจากตรงนั้น” เขากล่าวเพิ่มว่า “เมื่อเซอร์จิโอยอมรับทั้งหมดแล้วตอบว่า “รู้ใหม ผมไม่แคร์ว่าคนอื่นจะคิดอะไร หรือสื่อจะพูดว่าอะไร ผมจะขอบคุณและมีความสุข” แล้วเขาก็เริ่มมีความก้าวหน้า

อย่างที่การ์เซียได้สะท้อนออกมาในคืนวันอาทิตย์ที่มาสเตอร์ ช่วงสั้นๆเขามาหยุดที่รูปภาพคุกเข่าก้มหน้าด้วยความตื้นตันใจหลังพัตต์ลงได้แชมป์ของเครนชอว์ในปี 1995 ท่ามกลางความคิดว่า “บางชั่วเวลาที่ผมได้มาอยู่ที่ออกัสตาแต่ผมกลับไม่ได้สนุกนัก ผมช่างโง่เขลาเหลือเกินที่พยายามต่อสู้กับบางสิ่งที่ไม่มีทางสู้ได้”

อิทธิพลของครอบครัวใหม่

สิ่งที่กระตุ้นให้เขาสำนึกได้ คือเอคินส์ สาววัย 31 ปี ทั้งคู่พบรักกันในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2015 ขณะที่เอคินส์ยังทำงานที่กอล์ฟ ชาแนล อดีตดาราบาสเกตบอลมัธยมและนักกอล์ฟโครงการทุนที่มหาวิทยาลัยทีซียูและยูนิเวอร์ซิตีออฟเท็กซัสที่บ้านเกิดในออสติน เธอเข้าใจเรื่องการแข่งขันและวิธีการที่ถูกต้องในการให้กำลังใจการ์เซีย ซึ่งเธอแสดงให้เห็นที่ออกัสตา เมื่อเธอส่งกำลังใจให้หลังที่เขาพัตต์เบอร์ดีระยะ 10 ฟุตในหลุมที่ 72 ไม่ลง

“แทนที่จะพูดว่า ตายหละ น่าเสียดายจัง” การเซียบอกว่า “เธอเข้มแข็ง บอกว่า ‘สู้ต่อไป นายต้องทำได้’ มันยอดเยี่ยมมากที่ได้เห็นความคิดบวกเหล่านี้”

มันคือน้ำเชี่ยวที่ไหลส่งต่อมาจากมาร์ตี เอคินส์ พ่อของเอแองเจลา อดีตควอเตอร์แบคที่ดีที่สุดของทีมมหาวิทยาลัยเท็กซัสในยุคต้น 1970 ก่อนจะผันตัวมาเป็นทนายกฎหมาย ด้วยความเชื่ออย่างหนักแน่นในสิ่งที่จะทำให้เก่งที่สุด บวกกับความช่างพูดในตอนเรียนวิทยาลัยจนทำให้เขาได้รับฉายาว่าจอว์ เอคินส์ได้ป้อนสิ่งที่คล้ายกับจรรยาบันของการกีฬาของชาวอเมริกันให้กับว่าที่ลูกเขย มันเป็นการแก้ไขเยียวยาที่ถูกต้องสำหรับการ์เซีย ซึ่งหลายปีที่ผ่านมามักจะเอาแต่โทษโชคชะตาและพลังมืดอื่นๆสำหรับความพ่ายแพ้ของตน

“สิ่งที่ผมบอกเอเจลาและลูกทุกคนคือ หากคุณคิดว่าคุณเก่งและคิดว่าเก่งที่สุด และหากเชื่อมั่นว่าคุณเก่งและเก่งที่สุดแล้ว คุณจะเป็นคนที่เก่งจริง” มาร์ตีกล่าว “นั้นคือสิ่งที่พ่อ(เรย์ เอคินส์)สอนผมมาอีกที” ผมพยายามทำสิ่งเดียวกันกับการ์เซีย ไม่มีวันไหนที่ผมไม่ส่งข้อความหรือโทรหาเขา บอกว่าเขาเป็นนักกอล์ฟที่ยิ่งใหญ่ในโลก ไม่มีใครชนะเขาได้ เขาเป็นสุดยอดของสุดยอด ผมจะบอกเขาทุกครั้งที่ผมเจอเขา ทุกครั้งที่ได้คุยกับเขา”

ในเดือนมีนาคมปี 2016 แองเจลาพาการ์เซียไปพบพ่อแม่ที่ออสติน มาร์ตีกล่าวว่า “ลูกสาวบอกผมว่า ‘พ่อจะเป็นอย่างที่พ่อเป็นไม่ได้ เขายังไม่พร้อมสำหรับพ่อ พ่ออย่าบอกเขาในสิ่งที่พ่อสอนพวกหนูมาตลอดชีวิต มันจะทำให้เขาขยาดแน่ๆ’ ผมจึงรอไปก่อนอีกสองสามเดือน”

การ์เซียเหมือนต้องมนต์และความน่าเกรงขามของมาร์ตี ผู้ที่ต่อมากลายเป็นคนสอนการยิงเป้าบินในไร่ขนาด 1,500 เอเคอร์ให้กับการ์เซีย

“มาร์ตีเป็นคนที่น่าทึ่งมาก เขามีวิธีการดีๆหลายอย่างที่ผมสามารถนำมาใช้กับเกมของผมได้” การ์เซียกล่าว “เกี่ยวกับด้านจิตใจ ที่ผ่านมาผมดูแลเรื่องนี้ด้วยตัวเองมาตลอด ไม่มีนักจิตวิทยากีฬาเข้ามาช่วย แม้มันจะพอได้ระดับหนึ่ง แต่มันมีสองสามประเด็นที่ผมน่าจะทำได้ดีกว่านี้ มีเพื่อนๆและครอบครัวที่ช่วยทำให้ผมได้เห็นสิ่งต่างๆ โดยผ่านทางหัวที่แสนดื้อรั้นของผม บางสัปดาห์หัวผมก็จะสงบลงและรู้สึกดีกว่าบางสัปดาห์ เพราะเรารู้ว่าในเกมกอล์ฟมันมีทั้งช่วงขาขึ้นและขาลง”

เขาจำวันที่ท้อแท้จนนำไปสู่สกอร์ 75 ในรอบที่สามของมาสเตอร์ปี 2012 “ผมไม่ดีพอ… มันไม่มีสิ่งที่จำเป็นต้องมี”

ช่วงเวลาที่เขาได้รู้จักกับแองเจลา การ์เซียได้ปรับเปลี่ยนจากการรำพึงรำพันกับตัวเองมาเป็นการผสมผสานระหว่างการคิดบวกแบบเอคินส์ และการยอมรับแบบนิกายเซน ซึ่งทั้งสองเน้นการคิดบวก สิ่งนี้ได้ถูกแสดงออกในรายการยูเอส โอเพนที่โอ๊กมอนท์เมื่อปีที่แล้ว หลังทำสกอร์ไล่ผู้นำมาห่างเพียงหนึ่งสโตรกขณะเหลือเพียงห้าหลุม ก่อนมาพังด้วยสามโบกีในช่วงท้ายก่อนจบที่ 5 ร่วม การ์เซียยังมองโลกแง่ดีได้อย่างไม่น่าเชื่อ

“แน่นอนว่าผมมีความกังวลมาก แต่ผมก็สนุกมาก” เขากล่าว “ผมคิดว่าผมรับมือได้ดีพอควร แต่โชคไม่ดีที่ทำได้แค่เกือบ แต่ก็เป็นสัปดาห์ที่ผมมีความสุข”

ต่อมาในสัปดาห์ไรเดอร์ คัพที่เฮเซลทีน การ์เซียสู้กับฟิล มิกเคลสันในแมทช์ที่มีเบอร์ดีเกิดขึ้นถึง 19 เบอร์ดี ทั้งสองเสมอกันเมื่อมาถึงหลุมสุดท้าย มิกเคลสันพัตต์เบอร์ดีระยะ 25 ฟุตลง การ์เซียซึ่งเหลือพัตต์ระยะเพียง 10 ฟุตที่เขาหมายมั่นว่าจะต้องเป็นพัตต์แห่งชัยชนะ เขาโค้งคำนับยินดีกับฟิล แต่ในยามนี้ซึ่งทั้งแบบแผนชีวิตและการเล่นของเขาเปลี่ยนไปแล้ว เขาพัตต์ลูกที่สำคัญที่สุดลงได้อย่างกล้าหาญ

“นี้คือสิ่งที่ผมรอคอยมาตลอดชีวิต” การ์เซียกล่าว “ผมชอบช่วงเวลานั้นมาก” ลาราซึ่งชมการแข่งขันทางทีวีที่บ้านในสเปน กล่าวว่า เมื่อพัตต์นั้นลงเขารู้ว่าการ์เซียเป็นนักกอล์ฟคนใหม่แล้ว “หากเป็นเมื่อสองปีที่แล้วผมไม่คิดว่าเขาจะพัตต์ลง” ลารากล่าวต่อว่า “ผมเชื่อว่ามันคือโมเมนต์ที่สำคัญที่สุดของเขา”

สี่เดือนต่อมา การ์เซียเปิดคลินิกสอนกอล์ฟที่ดูไบ และเมื่อลงแข่งขันก็ได้ชัยชนะทั้งที่ถูกไล่กดดันอย่างหนักจากกลุ่มสุดท้ายที่มีเฮนริค สเตนสัน นั่นแสดงว่าบางอย่างได้เกิดกับการ์เซีย ความเข้มแข็งและหัวจิตหัวใจที่ไม่อ่อนแอเหมือนแต่ก่อน

แต่ทั้งหมดมาแสดงออกในวันอาทิตย์ของเดอะ มาสเตอร์ เขาเอาชนะใจตัวเองได้ เขายอมรับชัยชนะอย่างถ่อมตน

มันเป็นวุฒิภาวะใหม่ของการ์เซีย วันที่วูดส์เซนต์สัญญากับค่ายเทเลอร์เมด การ์เซียสลัดความหมางใจในอดีตทิ้ง ทวิตข้อความต้อนรับวูดส์ และหลังเดอะ มาสเตอร์ วูดส์ก็ทวิตข้อความแสดงความยินดีกับเขา

สองสามวันต่อมา ฮาร์ริงตันได้ให้สัมภาษณ์สื่อเกี่ยวกับความสัมพันธ์อันเย็นชากับการ์เซีย จากที่เคยพูดว่าการ์เซียเป็นคนแพ้ที่ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ หลังจากที่ฮาร์ริงตันเฉือนชนะการ์เซียอย่างหวุดหวิดในดิโอเพน แชมเปียนชิปปี 2007 และพีจีเอ แชมเปียนชิปปี 2008 แต่เมื่อทั้งสองคนพบกันในงานแต่งของแม็กอิลรอยเมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ฮาร์ริงตันยกย่องการ์เซียที่เลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องและช่วยทำให้สถานการณ์จากที่น่าอึดอัด “ผ่อนคลายขึ้น”

“คำพูดของเขาคล้ายๆพยายามขอโทษในสิ่งที่เขาได้พูด” การ์เซียกล่าว “และผมก็ตอบไปทำนองว่า ผมไม่ถือสา มันไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกไม่ดี ผมนับถือคุณ คุณนับถือผม มันดีต่อเราทั้งคู่ คุณรู้ไหมว่าเขาเป็นคนดี ผมก็คิดว่าผมเป็นคนดีเช่นกัน เราน่าจะเข้ากันได้” ต่อมาแม็กอิลรอยได้เอาภาพที่การ์เซียทำปากย่นขณะยืนติดกับฮาร์ริงตัน ออกมาโชว์

การ์เซียยังมีความใกล้ชิดกับแฟนกอล์ฟอเมริกันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนตั้งแต่เขาเข้าวงการตั้งแต่ยังวัยรุ่น ตอนที่เขาทำโฮลอินวันได้ที่หลุม 17 ของเดอะ เพลเยอร์ แชมเปียนชิป เสียงโห่ร้องเรียกชื่อเซอร์จิโอดังกึกก้อง การขอลายเซ็นจากแฟนๆที่ส่วนใหญ่เป็นแฟนวัยรุ่น ทั้งๆที่เดอะ เพลเยอร์ได้ออกนโยบายเข้มงวดเพื่อป้องกันไม่ให้แฟนกอล์ฟตะโกนด่าทอผู้เล่น เนื่องจากการ์เซียเคยตกเป็นเป้าโจมตีหลังแพ้เพลย์ออฟให้กับริคกี ฟาวเลอร์ในปี 2015 และอีกส่วนมาจากข้อบาดหมางระหว่างการ์เซียและวูดส์ในระหว่างรอบที่สามของการแข่งขันปี 2013 ซึ่งวูดส์กำลังจะคว้าแชมป์ ขณะที่การ์เซีย ตีลูกตกน้ำที่หลุม 17 และ 18 ท่านกลางโห่ที่เจ้าตัวพอได้ยิน กฎสำหรับผู้ชมนี้ถูกเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า “กฏเซอร์จิโอ” มาครั้งนี้เราจึงได้เห็นการตอบสนองในทางที่ดีจากผู้ชมในสนามทีพีซี

บัดนี้เมื่อเป็นคนใหม่ที่สุขุมเยือกเย็น บางทีการ์เซียอาจไปถึงจุดสูงสุดเร็วขึ้นหลังจากเดอะ มาสเตอร์ เขาอาจทำได้แบบเดียวกับที่โอเมียร่าเคยทำคือ คว้าแชมป์เมเจอร์ได้อีกครั้งหรืออาจสองครั้ง สำหรับรายการเมเจอร์ที่เหลือของปีนี้คือที่ แอริน ฮิลส์ รอแยล เบิร์กเดล และเควล ฮอลโลว์

“ผมตื่นเต้นที่จะได้เห็นตัวเองอยู่ในสถานการณ์นั้นอีกครั้ง และดูว่าสิ่งที่ช่วยให้ผมชนะเลิศที่ออกัสตาจะช่วยให้ผมชนะได้อีกหรือไม่ในเมเจอร์ที่เหลือของปี” เขากล่าว “ผมรู้แล้วว่า ชีวิตแท้จริงก็คือกระบวนการเรียนรู้ และผมก็พยายามเรียนรู้ให้ได้มากเท่าที่จะทำได้”

เมื่อคนคนหนึ่งเปลี่ยนไปในทางที่ดี เกมกอล์ฟของเขาก็เปลี่ยนไปในทิศทางเดียวกัน G